ก้าวไปอีกขั้นสู่ความเป็นประเทศหัวหน้าสุดยอด

นับว่าเป็นอีกหนึ่งการบรรลุผลครั้งยิ่งใหญ่ของจีน ซึ่งสามารถสร้างสะพานผ่านสมุทรยาวที่สุดในโลกได้เป็นที่เป็นระเบียบเรียบร้อย


เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางระหว่าง สถานที่แหล่งเศรษฐกิจสำคัญสามที่ ไม่ว่าจะเป็น มาเก๊า จู่ไห่ ประเทศฮ่องกง หรือที่เรียกกันว่า เขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเพิร์ล ให้เจริญวัยดีขึ้น ทั้งยังคาดกันว่าบางทีอาจเจตนากระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดเกรตเตอร์ เบย์ เพื่อแสดงความสามารถแข่งกับ เมืองโตเกียว เบย์ หรือ ซานฟรานซิสโก เบย์ ซึ่งเป็นเมืองท่าสุดยอด

สะพานดังที่กล่าวผ่านมาแล้ว มีความยาวทั้งสิ้น 55 กิโล แบ่งส่วนเพื่อการใช้สำหรับผ่าน แล้วก็ ส่วนเชื่อมต่อกับถนนหลัก

ยิ่งไปกว่านี้ยังมีส่วนที่เป็นอุโมงค์ใต้สมุทร ที่ยาวกว่า 6.7 กม.เพื่อหลีกให้กับเส้นทางเดินเรือ โดยสะพานนี้ใช้เหล็กในการผลิต มากยิ่งกว่า 4 แสนตัน สามารถสร้างหอพักไอเฟลได้ 60 ต้นอย่างยิ่งจริงๆ ซึ่งมีการใช้เวลาสร้างยาวนานกว่า9ปีก็เลยเสร็จ

ซึ่งงบประมาณทั้งหมดทั้งปวงสำหรับในการสร้างสะพานคราวนี้ อยู่ที่ค่ามากถึง 1.2 แสนล้านดอลลาร์ประเทศฮ่องกง หรือราว 5.1 แสนล้านบาท

ดังนี้ สะพานผ่านสมุทรของจีนที่ใหม่นี้ ยังมีการจัดตั้งระบบรักษาความปลอดภัย ด้วยกล้องถ่ายรูปความละเอียดสูงขึ้นมากยิ่งกว่า 48 จุด ทั่วอีกทั้งสะพาน ทั้งยังยังมีระบบระเบียบจำบริเวณใบหน้า พร้อมฟีพบร์ตรวจสัญญาณความง่วงนอนของผู้ขับ โดยการทำงานตรวจเช็คว่า มีคนใดกันแน่ที่หาวตอนที่ขับรถยนต์บ้าง แม้ผู้ขับหาวครบ 3 ครั้ง ระบบจะส่งสัญญาณเตือนถึงความไม่ปลอดภัยในทันทีทันใด ดังนี้ด้วยเหตุว่าเป็นอาคารบ้านเรือนที่ใหญ่มโหฬารมีมูลค่าอย่างใหญ่โต รวมทั้งส่งผลกับระบบเศรษฐกิจที่สำคัญของจีน ก็เลยมีการวางกำลังหน่วยต้านทานก่อเหตุร้ายรอสแตนด์บายเอาไว้ตลอดระยะเวลาอีกก้วย ทั้งสะพาน ยังวางแบบองค์ประกอบมาให้รองรับเหตุการณ์อุทุกภัยพายุไต้ฝุ่น หรือ เหตุแผ่นดินไหวได้อีกด้วย

สำหรับในการเดินทางบนสะพานผ่านสมุทรขนาดใหญ่นี้ คนที่ปรารถนาใช้เดินทาง ต้องเป็นคนที่ได้รับใบอนุมัติพิเศษผ่านทางระบบการจัดสรรแบบโควต้าเพียงแค่นั้น เพื่อการปกป้องเหตุคิดไม่ถึงที่บางทีอาจเกิดขึ้นได้ ก็เลยจะต้องมีการคัดเลือกกรองอย่างรอบคอบต่อคนที่ต้องการจะเดินทาง โดยสะพานผ่านสมุทรนี้ จะสามารถย่นย่อระยะทางจากการเดินทางสายธรรมดา จูไห่-ประเทศฮ่องกง จากเดิม 4 ชั่วโมง เหลือแค่ 30 นาทีแค่นั้น

สะพานผ่านสมุทรนี้พึ่งจะเปิดตัวไปไม่นาน โดยมีนายสี จิ้นผิง ผู้นำเมืองจีนเป็นประธานพิธีการสำหรับการเปิดสะพาน ซึ่งหาก สะพานดังที่กล่าวมาแล้ว สามารถใช้งานได้อย่างเต็มรูปแบบแล้วเมื่อใด เมื่อนั้นจะสามารถที่จะแปลงเป็นจุดเชื่อมต่อเศรษฐกิจสำคัญ ของเขตสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเพิร์ล (Pearl River Delta) ซึ่งส่งผลคุณประโยชน์ให้ประเทศฮ่องกง แปลงเป็นใจกลางทั้งยังโลจิสติกรวมทั้งสายการบิน ด้วยเหตุดังกล่าวก็เลยทำให้ยิ่งจำต้องเอาจริงเอาจังต่อการใช้สะพาน และก็ วางระบบความปลอดภัยไว้อย่างหนาแน่นกันแบบสุดๆขึ้นไปอีกรวมทั้งแน่ๆว่าสำหรับส่วนประกอบในคราวนี้สามารถบอกได้ถึงการเจริญเติบโตของจีนที่ก้าวกระโจน สามารถมีทรัพยากรที่ยอดเยี่ยมได้อย่างเพิ่มความเกรงกลัวต่อสังคมโลกได้อีกขั้น